รวมข้อเท็จจริงของน้ำอัดลมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

น้ำอัดลมคือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัยมานานหลายปี การดื่มเป็นประจำอย่างพอดีๆจะไม่ทำอันตรายแก่ร่างกาย แต่ถ้าหากดื่มมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อาหารทุกชนิดในโลกไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่มีหากเรากินหรือดื่มเข้าไปมากเกินที่ร่างกายจะรับไหวก็จะส่งผลเสียได้หมด ในบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ท่านผู้อ่านจำเป็นต้องรู้ และยังมีเกร็ดความรู้อื่นเกี่ยวเครื่องดื่มประเภทโซดามาให้อ่านกันอีกด้วย

 

รวมเกร็ดความรู้ทั่วไปของน้ำอัดลม

1.ในปี ค.ศ.2001 ชาวอเมริกันจ่ายเงินกว่าปีละหกหมื่นล้านเหรียญไปกับการซื้อน้ำอัดลม โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะดื่มน้ำอันลมกันปีละ 53 แกลลอน โดยเฉลี่ยแล้วพวกเด็กจะดื่มน้ำอัดลมกระป๋องปีละ 500 กระป๋อง

2.ธุรกิจขายน้ำอันลมเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 2-3% ไม่มีสะดุด สามารถมีส่วนแบ่งในการตลาดขายเครื่องดื่มไปถึง 1 ใน 4

3.เฉพาะในประเทศอเมริกาเพียงอย่างเดียวก็มีผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมมากกว่า 450 แบบ

4.สำหรับคนต่างชาติคำว่า “Soda“ มีไว้ใช้เรียกเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมเท่านั้น ส่วนคำว่า “soft drinks” ก็หมายถึงเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม

5.ข้อมูลจากองค์กร USDA ระบุบว่า เมื่อหลายสิบปีที่แล้วเด็กวัยรุ่นดื่มนมมากกว่าดื่มโซดา 2 เท่า แต่เด็กในยุคปัจจุบันดื่มโซดามากกว่านม 2 เท่าตัว

6.โซดารสขิงยี่ห้อ “Vernors” คือเครื่องดื่มโซดาที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาที่ยังคงวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

7.กองทัพนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกากำลังพยายามคิดค้น กระป๋องใส่เครื่องดื่มโซดา ที่สามารถทำให้เย็นได้ภายใน 10 นาที

8.ในรัฐคุชราตของประเทศอินเดีย มีการเอาฉี่วัวใส่ขวดขายแบบเดียวกับเครื่องดื่มโซดา

 

ปริมาณน้ำตาลสูง

ในน้ำอัดลม 20 ออนซ์จะมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมราวๆ 16 ช้อนชา ในขณะที่สมาคมหัวใจอเมริกันแนะนำว่าร่างกายคนควรได้รับน้ำตาลต่อวันเป็นจำนวน 5-9 ช้อนชาเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วคนอเมริกันจะดื่มเครื่องดื่มหวานๆอย่างน้อย 42 แกลลอนต่อคน ซึ่งจะเป็นน้ำตาลส่วนเกินประมาณ 39 ปอนด์ต่อปี

 

อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

ผลการวิจัยจากคนจำนวน 2,888 คนซึ่งมีอายุมากกว่า 10 ปี พบว่าเฉพาะกับคนที่ดื่มน้ำอัดลมทุกวันเท่านั้นที่จะมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า

 

มันมีราคาถูกกว่านม!!

เคยสังเกตุกันบ้างหรือเปล่าถึงความแตกต่างของราคาน้ำอัดลมกับนมขวด ชาวอเมริกันเกือบ 50% ดื่มโซดากันทุกวัน คนที่มีอาชีพเกี่ยวกับการขับรถนานๆก็ล้วนซื้อโซดากระป๋องหรือกาแฟมาดื่มกันทั้งนั้น ยิ่งมีราคาต่ำก็ยิ่งดึงดูดใจคน โดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัย Drexel University พบว่าราคาของ ”นม” ในร้านสะดวกซื้อกว่า 1,800 ร้านทั่วอเมริกา สูงกว่าเครื่องดื่มโซดาถึง 160% มันถึงได้ขายดีไงล่ะ

 

กรดภายในน้ำอัดลม

กรดคาร์บอนิกที่ช่วยทำให้น้ำอัดลมมีฟองนั้นสามารถกัดกระดูกและฟันได้นะ นอกนั้นก็ยังมีกรดฟอสฟอริก ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็น ฟันผุ , ลดมวลกระดูก และโรคกระดูกพรุน ได้อีกด้วย ดังนั้นเวลาจะดื่มโซดาทุกประเภทควรรีบๆดื่มให้หมดไปเลยอย่าจิบเล่น ดื่มเสร็จแล้วก็รีบไปบ้วนปากทันที

 

ความเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน

ที่อเมริกามีคนเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ  ประชากรจำนวน 35% มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวที่มากเกินไป และก็มีการพบหลักฐานของความเกี่ยวโยงระหว่างโรคอ้วน กับการดื่มเครื่องดื่มรสหวาน , เครื่องดื่มชูกำลัง , ชาหวาน และเครื่องดื่มออกกำลังกายทั้งหลาย

โรคอ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่นๆตามมาอีกเช่น โรคเบาหวาน , โรคหัวใจ , โรคไขข้อ , โรคหอบหืด  และโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

 

ความเชื่อมโยงของเครื่องดื่มโซดากับสุขภาพ

1.การดื่มเครื่องดื่มโซดาปริมาณ 20 ออนซ์ ทุกวันจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้แก่ลูกหลานของท่านปีละ 25 ปอนด์

2.เพื่อที่จะเผาผลาญแคลอรี่จากเครื่องดื่มหนึ่งขวดซึ่งมีแคลอรี่ประมาณ 250 แคล คุณต้องเดินเร็วประมาณ 60 นาที

3.การเสพติดน้ำตาลยังส่งผลเสียต่อสูขภาพของกระเป๋าสตางค์อีกด้วย โดยคนอเมริกาควักเงินซื้อน้ำอัดลมรวมกันได้ปีละ 147,000 ล้านดอลลาร์

4.หากมีแผนที่จะมีลูก ก็ขอแนะนำคู่รักทุกคู่ให้งดดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ชั่วคราว เพราะผลการวิจัยจากคู่รัก 5,000 คู่ พบว่ามันจะไปลดภาวะเจริญพันธุ์

5.จากการวิจัยกับอาสาสมัคร 150,000 คนพบว่า เครื่องดื่มโซดาจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มมากขึ้น

6.นักวิจัยยังพบว่าการดื่มเครื่องดื่มประเภท “soft drinks” เป็นประจำจะทำให้ผิวหน้าของเราเหี่ยวมีริ้วรอยเร็วยิ่งขึ้น

7.การดื่มทุกวันจะทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำก็จะไปทำให้กล้ามเนื้อมีเรี่ยวแรงน้อยลงอีก